ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ หลายบริษัทต่างลงทุนลงแรงกับมันมากกับสื่อ โฆษณาออนไลน์ มากขึ้น เพื่อให้การโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์มีประสิทธิผลมากที่สุด ทั้งเรื่องกลยุทธ์ที่ต่างงัดออกมาใช้อย่างเต็มที่ในปีนี้ ในขณะที่ Digital Marketing Agency หลายๆ ที่ก็ต่างเอาใจลูกค้าเต็มที่เพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจมากที่สุด และได้ให้ได้ผลที่มากกว่าคู่แข่งเสมอ

                “เรามีงบ X บาท เราจะใช้จ่ายเงินส่วนนี้กับการโฆษณาในช่องทางไหน” นี่เป็นโจทย์ที่ Digital Marketing Agency หลายๆ ธุรกิจต่างให้จัดการ แล้วคำตอบของคำถามนี้คืออะไร?

                คำตอบคือไม่มีไม่มีตำตอบที่ดีที่สุดที่จะตอบคำถามนี้ได้เลย เพราะมันขึ้นอยู่กับว่ากลุ่มเป้าหมายของแต่ละธุรกิจนั้นจะใช้สื่อออนไลน์ในลักษณะไหนบ้าง บางทีการเห็นโฆษณาของกลุ่มเป้าหมายจะเป็นเพราะเขาบังเอิญไปเจอ การคลิก การดาวน์โหลด หรือการลง โฆษณาออนไลน์ ในรูปแบบอื่นๆ แต่เราจะมาช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าธุรกิจของคุณควรทำ การลงโฆษณา ออนไลน์รูปแบบไหนเพื่อให้เหมาะกับการ โฆษณาสินค้า ของคุณมากที่สุด

โฆษณาสินค้า

Facebook Sponsored Posts

            เป้าหมายของการโฆษณาในรูปแบบนี้คือการเพิ่มยอดขายผ่านสื่อออนไลน์ การโปรโมทสินค้าหรืออีเว้นท์ที่กำลังจะเกิดขึ้น และแม้กระทั่งการเพิ่มยอด Like ยอด Follower ในเพจของคุณเอง ข้อดีของการโฆษณาบน Facebook คือหากคนใดคนหนึ่งมี Engage กับเพจของคุณ การกระทำนั้นก็จะไปแสดงบนหน้าฟีดของเพื่อนของเขาด้วยเช่นกัน ถือว่าเป็นการกระจายเห็นโพสของคุณมากขึ้นอีกทาง เดี๋ยวนี้กลุ่มเป้าหมายมักเลี่ยงที่จะเปิดเว็บไซต์ข่าว หรือเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการซื้อขายสินค้ามากกว่าเดิม การทำ Facebook sponsored posts จึงเป็นวิธีที่จะช่วยโฆษณาเจาะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี

                ความพิเศษของ Facebook อีกหนึ่งอย่างคือสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเจาะจง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกำหนดกลุ่มเป้าหมายว่าเขามีงานอดิเรกคืออะไร มีความสนใจในด้านใด มีไลฟ์สไตล์อย่างไร โดยสามารถดูได้จากสิ่งที่เขา “likes” หรือการกดถูกใจของเขาได้ นั่นเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เจ้าของสินค้ารู้ว่าเขาชอบเสื้อแบบไหน เล่นเกมอะไรบ้าง หรือชอบดูหนังประเภทอะไรและนำข้อมูลนั้นไปโฆษณา หรือสร้างสิ่งที่เขาสนใจต่อไปได้

Sponsorships & Banner Ads

จุดประสงค์หลักของการลงโฆษณาในรูปแบบนี้คือการเพิ่มความจดจำและการรับรู้ในตราสินค้า โดยดักกลุ่มเป้าหมายของคุณตามเว็บไซต์ที่เขาสนใจแล้วใส่การโฆษณาธุรกิจของคุณลงไป วิธีการโฆษณาเช่นนี้เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ซึ่งในปัจจุบันก็มีการพัฒนาการโฆษณาบนแบนเนอร์ไปมากแล้วด้วย แต่ข้อเสียของการลงแบนเนอร์คือคนเรามักจะเลี่ยงการกวาดสายตาไปที่ด้านบนสุดของเว็บไซต์เสมอเพราะมันเป็นตำแหน่งยอดนิยมที่วางแบนเนอร์เว็บไซต์ แต่เจ้าของเว็บไซต์รวมทั้งเจ้าของผู้พัฒนาสื่อโฆษณาออนไลน์ต่างพยายามให้แบนเนอร์กลับเข้าไปสู่สายตาของกลุ่มเป้าหมายอีกครั้ง ด้วยการวางแบนเนอร์ไว้ตำแหน่งที่แตกต่างจากเดิม เช่นวางไว้ส่วนล่างสุดของเว็บไซต์ หรือแม้กระทั่งทำแบนเนอร์แบบ Pop-Up ที่แสดงให้เห็นเพียง 1-3 วินาทีเท่านั้น โดยการโฆษณาบนแบนเนอร์มักจะเป็นการโฆษณาเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายคลิกเข้าไปยังเว็บไซต์หลักธุรกิจ แต่อย่าลืมว่าการโฆษณาบนแบนเนอร์นั้นก็มีหลายธุรกิจที่ร่วมชิงตำแหน่งที่ดีที่สุดของเว็บไซต์ไป ทางที่จะทำให้แบนเนอร์ของคุณน่าสนใจคือการทุ่มงบเพื่อการซื้อตำแหน่งที่ดีที่สุดรวมทั้งการพัฒนาระบบและใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปในแบนเนอร์ของคุณ

Native Advertising

การโฆษณาแฝงในรูปแบบการทำคอนเทนท์เช่นนี้จะช่วยจับกลุ่มเป้าหมายรายใหม่ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายกลุ่มเดิมได้ดียิ่งขึ้น วัตถุประสงค์หลักของการลงโฆษณาในรูปแบบนี้คือการสร้างความรับรู้และความจดจำให้กับธุรกิจ การสื่อสารกันและให้ข้อมูลสินค้าผ่านคอนเทนท์ที่สร้างขึ้น อีกทั้งยังเป็นการโฆษณาในรูปแบบใหม่ที่เพิ่งจะได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ คอนเทนท์ของคุณจะถูกเผยแพร่ผ่านเครือข่ายออนไลน์ต่างๆ ที่อาจจะไม่ใช่บนเว็บไซต์ของคุณเองโดยการโฆษณาแฝงไปเนียนๆ แต่ตบท้ายด้วยการบอกใบ้ว่า สนับสนุนโดย..

SEO (Search Engine Optimization)หรือ Paid Search

ประโยชน์ของการทำ SEO คือในชีวิตประจำวันของกลุ่มเป้าหมายมักจะทำการค้นหาสิ่งต่างๆ บนโลกอินเตอร์เน็ตเป็นประจำ การเห็นโฆษณาของธุรกิจต่างๆ จึงขึ้นอยู่กับการค้นหาเหล่านั้น ฉะนั้นการซื้อตำแหน่งบนสุดจากบนหน้าของการค้นหาคำต่างๆ จึงเกิดขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสในการเห็นโฆษณาและแย่งความสนใจจากคู่แข่งของคุณไป โดยทั่วไปแล้วเรามักจะสนใจสิ่งที่ปรากฏอยู่บนสุด หรืออันกับแรกสุดเมื่อ ฉะนั้นคุณต้องทำคอนเทนท์ให้น่าสนใจและติดในการค้นหา SEO บนเว็บไซต์ต่างๆ วิธีการเช่นนี้เป็นการเพิ่มยอดคลิกเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ ที่จะนำไปสู่การตัดสินใจซื้อทั้งออฟไลน์และออนไลน์ในขั้นต่อไปได้

Remarketing

หรืออีกชื่อหรือการทำ Retargeting นั่นคือการทำการตลาดเพื่อเป็นการย้ำความสนใจ ไปยังกลุ่มเป้าหมาย ที่อาจเคยเป็นลูกค้าของคุณ หรือเคยมีปฏิสัมพันธ์ในเว็บไซต์ของคุณมาก่อน แต่จะทำอย่างไรให้เขากลับมาสนใจสินค้าของคุณอีกครั้ง การทำ Remarketing คือคำตอบ การทำงานของมันคือการเก็บข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายว่าเขาเคยสนใจสินค้าใด บริการใด จากนั้นมันจะนำข้อมูลของสินค้าหรือบริการที่สนใจไปปรากฏตามเว็บไซต์อื่นๆ ที่อาจจะทำให้กลุ่มเป้าหมายหลอนและตามไปซื้อสินค้านั้นในที่สุด ที่นอกจากจะช่วยเพิ่มยอดขายแล้วยังทำให้กลุ่มเป้าหมายมี Engagement กับธุรกิจของคุณอีกด้วย

Blog ล่าสุด