4 เทคนิคเลือก Keyword ให้ปัง เพื่อการทำ Google AdWords ที่ดี | NIPA Digital Marketing
02-639-7878 ext 990
ปิดหน้าต่างนี้
LINE Ads
Facebook Ads
Instagram Ads
Google Ads
YouTube Ads
Twitter Ads
TikTok Ads
Website & Landing Pages
SEO
Content Marketing
Email & SMS Marketing
Influencer
Video Ads
Submit
Nipa Digital Marketing Add Line
Google

4 เทคนิคเลือก Keyword ให้ปัง เพื่อการทำ Google AdWords ที่ดี

Home
Articles
Google
4 เทคนิคเลือก Keyword ให้ปัง เพื่อการทำ Google AdWords ที่ดี
4 เทคนิคเลือก Keyword ให้ปัง เพื่อการทำ Google AdWords ที่ดี
Nipa Digital Marketing Image Content

ในการทำโฆษณากับ Google AdWords ไม่ว่าจะ Google Search หรือ Google Display Network ผู้ทำธุรกิจควรพึงระลึกไว้เสมอว่า Keyword คือสิ่งสำคัญ เพราะมันคือคำหลักที่จะแสดงให้ลูกค้าเห็นว่าโฆษณาของคุณมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และการเลือก Keyword ดีจะนำมาซึ่งอัตราการคลิกผ่าน (CTR) สูง ดังนั้นวิธีการเลือก Keyword ที่เราจะนำมาแนะนำให้การทำ Google AdWords ของคุณประสบความสำเร็จวันนี้ คือ


1.รู้จักการใช้เครื่องมือ Keyword Planner และ Google Trend

– Keyword Planner เป็นเครื่องมือที่ Google สร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้ประการธุรกิจ Google AdWords ทุกแขนงนำไปเป็นตัวช่วยในการวางแผนโฆษณาของตัวเองแบบฟรีๆ ไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งระบบของ Keyword Planner นี้จะทำการประมวลให้ว่ามี Keyword ตัวไหนบ้างที่สอดคล้องกับเนื้อหาในเว็บไซต์ของคุณ แล้ว Keyword ตัวนั้นหากนำไปใช้จะมีราคา Bid อยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ รวมถึงยังช่วยประเมินจำนวนคู่แข่ง และราคา Bid ที่คู่แข่งเสนอมาอีกด้วย

– Google Trend คือ อีกหนึ่งเว็บไซต์ที่ Google สร้างขึ้นมาให้นักการตลาด Google AdWords สามารถศึกษาพฤติกรรมการค้นหา “คำ” หรือ “ความสนใจ” ของคนในโลกออนไลน์ได้ เนื่องจากในการใช้งาน Search Engine ของ Google ระบบจะทำการจัดเก็บข้อมูลการค้นหาไว้หมด และจากนั้นจึงนำมาประมวลเป็นสถิติส่งกลับมาให้ผู้ประกอบการธุรกิจเข้าไปตรวจสอบดูได้ว่าความนิยมของคำค้นหาหรือเว็บไซต์ในช่วงเวลาขณะนั้นคืออะไร เพื่อนำไปปรับประยุกต์ใช้กับการทำโฆษณา


2. รู้จัก Keyword 5 ประเภท เพื่อเลือกตั้งให้ตรงกลุ่ม Package

– Broad Keyword คือ Keyword ที่ทำงานแบบกว้างๆ เมื่อมีคนเสิร์ช Keyword จำพวกนี้ ระบบ Search Engine จะไม่เพียงแต่แสดงผลลัพธ์ที่ตรงกับคำค้นหาเท่านั้น แต่จะวิเคราะห์หาคำที่คล้าย หรือ คำที่มีความหมายเกี่ยวข้องมาแสดงเพิ่มเติม เหมาะกับธุรกิจที่เพิ่งก่อตัว เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างและเป็นจำนวนมาก

EX : หมวกผู้ชาย : คำคล้ายที่จะแสดงผล > หมวกบุรุษ

– Broad Match Keyword คือ Keyword ที่ทำงานแคบกว่า Broad Keyword มีเครื่องหมาย (+) นำหน้า สามารถมีคำอื่นๆ หรือ รูปประโยคอื่นๆ มาแทรกระหว่างได้ และการแสดงผลลัพธ์จะแสดงแต่ผลลัพธ์ที่ตรงกับคำค้นหาเท่านั้น ไม่แสดงคำคล้ายเหมือนประเภท Broad Keyword

EX : +หมวก , +ผู้ชาย
– Phrase Keyword คือ Keyword ที่มีเครื่องหมาย ” ” ปิดหัวท้าย ทำงานแบบวลี ที่ห้ามมีคำใดมาแทรกระหว่างกลาง โดยผลลัพธ์ที่แสดงจะขึ้นเฉพาะ เว็บไซต์/โฆษณา ที่มี Keyword ดังกล่าวประกอบอยู่ ทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เฉพาะเจาะจงมากกว่าแบบ Board Match

EX : “หมวกผู้ชาย”
– Exact Keyword คือ Keyword ที่มีราคาค่า Bid ต่ำที่สุดในบรรดา Keyword ทั้ง 4 ตัวที่กล่าวมา เพราะ Keyword รูปแบบนี้เป็นคำที่คนจะค้นหาแบบเพียวๆ ไม่มีคำอื่นมาปะปน หรือมีประโยคอื่นมาต่อท้าย เว็บไซต์/โฆษณาที่จะแสดงผลคือ เว็บไซต์/โฆษณา ที่ตรงกับ Keyword เท่านั้น ส่งผลให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้แม่นยำที่สุด

EX : [หมวกผู้ชาย]
– Negative Keyword คือ Keyword ที่ถูกระบุนำหน้าไว้ด้วยเครื่องหมายลบ เพื่อให้เราลบ Keyword ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเราออก และช่วยกีดกันกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ใช่ลูกค้าเราออกไป เพราะ Negative Keyword จะช่วยให้ป้องกันลูกค้าที่เคยค้นหา Keyword เราแล้วไม่สนใจ เมื่อกลับมาค้นหาใหม่จะไม่เห็นโฆษณา/เว็บไซต์ ของเราอีก

EX : -หมวกผู้ชาย


3. จับ Negative Keyword มาใช้ในบางครั้ง

จากนโยบายของ Google AdWords เรียกเก็บเงินเมื่อมีคนคลิกเว็บไซต์ (CPC) เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่ไม่เข้าข่ายกลุ่มเป้าหมายมาคลิก การใช้ Negative Keyword จึงถือเป็นตัวช่วยหนึ่งที่มีประโยชน์ในการช่วยกรองลูกค้า ให้เราไม่เสียเงินกับกลุ่มคนที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย และทำให้สามารถคัดกรองกลุ่มเป้าหมายที่จะมาสร้างรายได้ให้กับเราได้จริงๆ


4. เลือก Keyword ให้สอดคล้องกับเนื้อหาในหน้า Landing Page

หน้า Landing Page เป็นหน้าแรกที่ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์จะเข้ามาเจอหลังจากทำการคลิก ดังนั้นการเลือกใช้ Keyword ให้สอดคล้องกับเนื้อหาภายในหน้า Landing Page จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมันจะมีผลต่อคะแนนประสิทธิภาพที่ Google AdWords กำหนดไว้ เนื่องจาก Google ต้องรักษามาตรฐานการเป็น Search Engine อันดับหนึ่ง ในการบริการโฆษณา Google จึงมีการให้คะแนนรับรองประสิทธิภาพแก่เว็บไซต์ลูกค้า (คะแนนเต็ม 10) โดยจะพิจารณาจากหน้าเว็บ ไม่เพียงแต่ Keyword ที่สอดคล้องเท่านั้น แต่รวมถึงการทำหน้าเว็บให้รองรับอุปกรณ์ Smartphone หากผู้ประกอบการทำคะแนนได้สูง จะส่งผลให้อันดับบน Search Engine ดีขึ้น โดยไม่เกี่ยวกับงบประมาณที่ลงทุน และในขณะเดียวกันก็ทำให้ค่าคลิกโฆษณาของคุณถูกลงด้วย


“4 ประโยชน์ที่คุณจะได้รับ จากการโฆษณาผ่าน Google”