SME ต้องอ่าน ทริคลับสำหรับโฆษณา Facebook สายงบน้อย

facebook-ads-setting.png
  • บทความ
  • SME ต้องอ่าน ทริคลับสำหรับโฆษณา Facebook สายงบน้อย

Digital Marketing

February 5,2024

ในปัจจุบันมีแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเกิดขึ้นมากมาย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเยอะที่สุด เป็นสาเหตุทำให้ผู้ประกอบการกลุ่ม SME ต่างๆ หันมาทำการตลาดบนเฟซบุ๊ค เพราะมีกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย และตรงกับธุรกิจของตัวเอง จึงทำให้มีเหล่าผู้ประกอบการเป็นจำนวนมากใน facebook

วิธีตั้งค่าโฆษณา Facebook ยังไงให้ได้ค่าโฆษณา ถูกที่สุด 

การโฆษณา Facebook จึงเป็นวิธีที่จะทำให้ SME ที่พึ่งเข้ามาใหม่สามารถสู้กับคู่แข่งที่อยู่ในตลาดอยู่แล้วได้ แต่ปัญหาคือ ค่าโฆษณาที่มีราคาแพง อาจทำให้ SME หน้าใหม่ต้องคิดแล้วคิดอีกก่อนจะลงโฆษณา วันนี้ NIPA จะพามาเปิดทริคลับสำหรับการทำโฆษณา Facebook แบบงบน้อยกันครับ

ใช้ตัวจัดการโฆษณา Facebook ( Ads Manager )

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า การทำโฆษณาบนเฟสบุ๊คนั้น สามารถทำได้ 2 วิธีนั่นคือ การ Boost Post และการใช้ตัวจัดการโฆษณา Facebook (Ads Manager) โดยทั้งสองวิธีจะมีข้อดีข้อเสียต่างกันครับ แน่นอนว่าหากจะยิงโฆษณาให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด การใช้ตัวจัดการโฆษณา (Ads Manager) ดีกว่าการ Boost Post ธรรมดาแน่นอนครับ เพราะเราสามารถตั้งค่าโฆษณานั้นได้ละเอียดกว่า เผื่อใครอยากจะลองโฆษณา Facebook เอาเป็นว่าเราลองมาดูความแตกต่างระหว่างการโฆษณาทั้งสองแบบกันก่อนครับ

  • 	<h3><strong>Boost Post คืออะไร ?</strong></h3><strong>Boost Post คือ การโปรโมท Facebook Page ออกไปในวงกว้างทำให้คนรู้จักเพจของเราให้ได้มากที่สุด โดยผลลัพธ์ส่วนใหญ่ที่ได้จากการบูสต์โพสต์มักจะเป็น Awareness และ Engagement</strong> ไม่ว่าจะเป็น Like, Share หรือ Comment ซึ่งการโฆษณาแบบนี้อาจจะไม่เหมาะกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการสร้างยอดขาย เนื่องจากโฆษณาที่เราบูสต์ไปนั้นอาจจะไปปรากฎบนฟีดของกลุ่มคนที่ไม่ใช่ กลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการจะซื้อผลิตภัณฑ์ของเรานั่นเอง</li>
    
  • 	<h3><strong>ตัวจัดการโฆษณา Facebook คืออะไร ?</strong></h3>Facebook Ads Manager คือ เครื่องมือที่ใช้สำหรับยิงแอด โดยจะแตกต่างจากการบูสต์โพสต์ตรงที่ เราสามารถกำหนดวัตถุประสงค์ของการโฆษณาได้อย่างละเอียด เรียกได้ว่าเป็นขั้นกว่าของการบูสต์โพสต์นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมาย รูปแบบโฆษณา หรือว่างบประมาณ เราก็สามารถกำหนดได้ในตัวจัดการโฆษณา ทำให้เราลงโฆษณาได้คุ้มค่าที่สุดครับ</li>
    

ใช้ Ads Manager ทำไมถึงดีกว่าการ Boost Post ?

สรุปง่ายๆ ว่าฟังก์ชั่นทุกอย่างที่เกี่ยวกับการโฆษณา ในตัวจัดการโฆษณา Facebook มีครบ และครอบคลุมในการทำการโฆษณามากกว่าการบูสต์โพสต์ธรรมดา เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้างยอดขายจากการโฆษณา แต่มือใหม่อาจจะต้องใช้เวลาศึกษาเครื่องมือนิดนึง เมื่อเทียบกับการบูสต์โพสต์ที่ใช้งานง่ายกว่ามาก แต่ถ้าจะเอาผลลัพธ์จริงๆ Ads Manager มีประสิทธิภาพมากกว่าเยอะครับ

เปิด CBO จะช่วยทำให้ค่าโฆษณาถูกลง

ในการตั้งค่างบประมาณของแคมเปญนั้น แบ่งออกได้เป็น 2 วิธี คือ ABO และ CBO มาทำความเข้าใจความแตกต่างของทั้งสองแบบกันครับ

การทำงานของ Ad-set Budget Optimization

ABO (Ad-Set Budget Optimization) คือ การจัดสรรงบประมาณในแต่ละ Ad-set ตามที่เราระบุไว้แบบเท่าๆกัน ซึ่งจะไม่ได้มีการปรับงบโฆษณาโดยอ้างอิงจาก Performance ของแต่ละ Ad-set เหมือน CBO ซึ่งอาจจะได้ผลลัพธ์ที่ไม่ได้ดีเท่า CBO นั่นเองครับ

การทำงานของ Campaign Budget Optimization

CBO (Campaign Budget Optimization) คือ ตัวช่วยในการจัดการงบประมาณในการลงโฆษณาให้เหมาะสมกับแคมเปญ โดยการใช้ AI มาวิเคราะห์ว่า Ad set ตัวไหนมีคุณภาพมากกว่า ก็จะเอางบไปลงตรงที่ Ad set ตัวนั้นมากที่สุดนั่นเอง

ตั้งค่ากลุ่มเป้าหมาย Facebook ให้ตรง

แน่นอนว่าหากเราจะโฆษณาสินค้าสักอัน แล้วเราไม่ได้ตั้งค่ากลุ่มเป้าหมายให้ดี ก็เหมือนเราเสียเงินไปฟรีๆ เพราะว่าโฆษณาสินค้านั้นจะไม่ได้รับการสนใจจากคนที่เห็นมันเลย ตัวอย่างเช่น ขายลิปสติก แต่โฆษณาดันไปโชว์บนฟีดของเด็กผู้ชายที่ไม่ได้สนใจเรื่องความสวยความงามเลย การโฆษณานี้ก็ถือว่าล้มเหลว 

  • เพศ บางธุรกิจที่มีผลิตภัณฑ์ที่ต้องคำนึงเรื่องเพศ อย่าง ธุรกิจเครื่องสำอาง จึงจำเป็นที่จะต้องตั้งค่ากลุ่มเป้าหมาย ให้ตรง หากเรายิงโฆษณาไปยังกลุ่มที่เป็นผู้ชาย โฆษณานั้นก็จะถือว่าไม่มีประสิทธิภาพ เพราะว่าโอกาสในการปิดการขายกับกลุ่มผู้ชายนั้นน้อยมากนั่นเอง

  • อายุ หากเราจะให้โฆษณาที่ยิงออกไปสร้างยอดขายได้ เราจำเป็นที่จะต้องกำหนดช่วงอายุที่จะให้โฆษณาของเราไปแสดงให้กลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับธุรกิจเห็น ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจที่ขายอุปกรณ์สำหรับแม่และเด็ก ก็ควรจะกำหนดช่วงอายุ 25 - 35 ปี เนื่องจากเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อผลิตภัณฑ์ของเรา และเป็นช่วงอายุเฉลี่ยของคนที่มีบุตร

  • การศึกษา ในธุรกิจบางประเภทจำเป็นที่จะต้องกำหนดการศึกษา เช่น ธุรกิจที่ขายคอร์สเรียนต่าง ๆ ควรจะกำหนดช่วงอายุเป็นกลุ่มที่กำลังจะจบชั้นอุดมศึกษา หรือกำลังศึกษาอยู่ เนื่องจากเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสในการซื้อคอร์สเรียนสูงกว่าคนที่จบการศึกษาไปแล้ว

  • พื้นที่อยู่อาศัย การกำหนดพื้นที่นั้นจะส่งผลดีอย่างยิ่งต่อธุรกิจที่มีหน้าร้าน ให้ลองนึกดูครับว่า เมื่อเราเจอโฆษณา 2 ตัวที่เกี่ยวกับร้านปิ้งย่างเหมือนกัน โดยร้านที่ 1 อยู่ห่างจากที่เราอยู่ประมาณ 1 กิโลเมตร แต่ร้านที่ 2 อยู่ไกลกันคนละจังหวัด เราก็ต้องให้ความสนใจกับโฆษณาของร้านที่ใกล้ตัวมากกว่าอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นอาจจะปิดการขายได้เลยครับ

  • พฤติกรรม ก่อนจะลงโฆษณา จำเป็นมากที่จะต้องศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายก่อน ซึ่งสามารถกำหนดได้หลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ประวัติการเช็คอิน ประวัติการซื้อของออนไลน์ หรือประวัติการเข้าร่วมแคมเปญต่าง ๆ

  • ความสนใจ เราควรตั้งค่าความสนใจของกลุ่มเป้าหมายที่เราอยากให้โฆษณาของเราไปแสดงให้สอดคล้องกับธุรกิจของเรา เช่น หากทำธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ก็ควรจะตั้งค่าให้โฆษณาไปแสดงผลกับกลุ่มคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว ซึ่ง ตัวจัดการโฆษณา Facebook มีกลุ่มความสนใจให้เลือกเยอะมาก ยังไงก็เจอสิ่งที่เข้ากับธุรกิจแน่นอนครับ

หากทำตามหลักการที่กล่าวมาด้านบน การลงโฆษณาจะคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ถ้าสนใจลงโฆษณาให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี สร้างยอดขายได้ ที่ NIPA มีบริการรับลงโฆษณา โดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Marketing ที่จะทำให้โฆษณาของคุณมีคุณภาพ สร้าง Awareness และ Conversion เหมาะสำหรับ SME

Share on

บทความล่าสุด










เพิ่มยอดขายให้โตขึ้น
แบบก้าวกระโดด

กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับภายใน
1 ชั่วโมง เพื่อทำความเข้าใจและออกแบบแผนการทำโฆษณา ที่ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจคุณ

Nipa Digital Marketing Add Line
Nipa Digital Marketing Messenger