June 13,2024
ในยุคที่มีการแข่งขันกันทางการตลาดอย่างเข้มข้น การยิงโฆษณาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เช่น Facebook Ads, TikTok Ads และโดยเฉพาะ Google Ads ล้วนมีความสำคัญอย่างมากต่อธุรกิจที่ต้องการจะสร้างการรับรู้ สร้างความเชื่อมั่น หรือเพิ่มยอดขายให้กับสินค้าหรือบริการต่างๆ ของแบรนด์ ซึ่งเรื่องหนึ่งที่เจ้าของธุรกิจหรือนักการตลาดไม่ควรมองข้าม หากจะยิงแอดโฆษณาออนไลน์บน Google Ads ให้เหนือกว่าคู่แข่งและเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด นั่นก็คือ การทำความรู้จักและเลือกใช้ตัวชี้วัดผลลัพธ์แคมเปญโฆษณาออนไลน์ ทั้ง CPM, CPC และ CPA ได้อย่างตรงจุด พร้อมตอบโจทย์ทุกเป้าหมายที่ธุรกิจวางแผนไว้
แล้วตัวชี้วัดที่เราได้ยินกันบ่อยๆ อย่าง CPM, CPC หรือ CPA คืออะไร แตกต่างกันอย่างไรบ้าง แล้วหากจะยิงแอดโฆษณา Google Ads ควรใช้ตัวชี้วัดแต่ละตัวกับแคมเปญแบบไหนบ้าง วันนี้ Nipa Agency จะพาทุกคนไปรู้จักตัวชี้วัดเหล่านี้กันให้มากขึ้น ไปดูกันเลย!
ตัวชี้วัดที่ 1 : CPM
CPM (Cost Per Mile หรือ Cost per 1,000 Impressions) เป็นต้นทุนต่อการแสดงผลโฆษณา 1,000 ครั้ง หรือพูดง่าย ๆ คือ จะมีการคิดค่าโฆษณาก็ต่อเมื่อโฆษณาแสดงผลครบ 1,000 ครั้ง นับเป็นอีกหนึ่งวิธีกำหนดราคาโฆษณาบน Google Ads ที่ได้รับความนิยม
สูตรการคำนวณ CPM
CPM = (Cost X 1,000) ÷ Impressions
ตัวอย่างการคำนวณ CPM
- แคมเปญมีต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายในการโฆษณา อยู่ที่ 50,000 บาท
- มีจำนวนครั้งที่แสดงผลโฆษณา (Impressions) อยู่ที่ 200,000 ครั้ง
แทนค่าต่างๆ ในสูตรจะเป็น CPM = (50,000 X 1,000) ÷ 200,000 = 250
หมายความว่า มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 250 บาท ต่อการโฆษณา 1,000 ครั้ง
แคมเปญที่เหมาะกับ CPM
-
<p dir="ltr">เป็นตัวชี้วัดการโฆษณาที่ไม่ได้เน้นยอดขายเป็นหลัก แต่จะเน้นการเข้าถึงหรือสร้างการรู้จักแบรนด์</p> </li> <li aria-level="1" dir="ltr"> <p dir="ltr">กระตุ้นให้กลุ่มลูกค้ารู้จักแบรนด์ (Brand Awareness) และจดจำแบรนด์ได้</p> </li> <li aria-level="1" dir="ltr"> <p dir="ltr">เน้นไปที่การโปรโมตสินค้าหรือบริการใหม่ๆ ให้เป็นที่รู้จัก</p> </li>
ตัวชี้วัดที่ 2 : CPC
CPC (Cost Per Click) หรือต้นทุนโฆษณาต่อคลิก เป็นวิธีการคิดค่าโฆษณาเมื่อมีการคลิกที่ตัวโฆษณาเท่านั้น จุดเด่นคือ สามารถกำหนดราคาและค่าใช้จ่ายต่อคลิกได้ เช่น คลิกละ 3 หรือ 5 บาท แต่ก็ต้อง Bidding ราคาแข่งกับผู้ยิงโฆษณารายอื่นๆ ด้วย นับเป็นวิธีโฆษณาออนไลน์บน Google Ads ที่มีต้นทุนสูง แต่ก็คุ้มค่ากับการลงทุน เนื่องจากผลตอบแทนมักเป็นยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นนั่นเอง
สูตรการคำนวณ CPC
CPC = Cost ÷ Clicks
ตัวอย่างการคำนวณ CPC
- แคมเปญมีต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายในการโฆษณา 3,000 บาท
- มีการคลิกดูโฆษณา 250 ครั้ง
แทนค่าต่าง ๆ ในสูตรจะเป็น CPC = 3,000 ÷ 250 = 12
หมายความว่า ค่าใช้จ่ายต่อการคลิก 1 ครั้ง จะเท่ากับ 12 บาท
แคมเปญที่เหมาะกับ CPC
-
<p dir="ltr">เพิ่มยอดขายให้สูงขึ้น</p> </li> <li aria-level="1" dir="ltr"> <p dir="ltr">เพิ่มยอดการมีส่วนร่วมให้กับตัวแบรนด์หรือสินค้า</p> </li> <li aria-level="1" dir="ltr"> <p dir="ltr">เพิ่มยอดการสั่งจอง ลงทะเบียน หรือสมัครสมาชิก </p> </li> <li aria-level="1" dir="ltr"> <p dir="ltr">เพิ่มยอดการเข้าชมเว็บไซต์ของธุรกิจ</p> </li>
ตัวชี้วัดที่ 3 : CPA
CPA (Cost Per Acquisition) หรือต้นทุนโฆษณาต่อ 1 การกระทำ เป็นการคิดค่าโฆษณาเมื่อมีการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นตามที่ผู้ยิงโฆษณากำหนด (Conversion) เช่น ลงทะเบียน สมัครสมาชิก สั่งซื้อ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน หรือการกดติดตามช่องทางต่างๆ แต่หากกลุ่มเป้าหมายคลิกเข้ามาดูโฆษณาแต่ไม่ได้กดสั่งซื้อสินค้า แพลตฟอร์มก็จะไม่คิดเงินกับผู้ลงโฆษณา ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ได้เป็นอย่างดี
สูตรการคำนวณ CPA
CPA = Cost ÷ Conversion
ตัวอย่างการคำนวณ CPA
สมมุติว่า มีการสร้างแคมเปญ Google Ads แบบ CPA โดยกำหนดให้กลุ่มเป้าหมาย “สมัครสมาชิก” กำหนดค่าใช้จ่ายทั้งหมดของแคมเปญนี้อยู่ที่ 30,000 บาท และมีการสมัครสมาชิกเกิดขึ้นจำนวน 500 ครั้ง
แทนค่าต่างๆ ในสูตรจะเป็น CPA = 30,000 ÷ 500 = 60
หมายความว่า ต้นทุนต่อการกระทำ 1 ครั้ง จะเท่ากับ 60 บาท
แคมเปญที่เหมาะกับ CPA
-
<p dir="ltr">มุ่งให้เกิด Conversion อย่างใดอย่างหนึ่ง</p> </li> <li aria-level="1" dir="ltr"> <p dir="ltr">ต้องการกระตุ้นให้เกิดการสั่งซื้อสินค้า</p> </li> <li aria-level="1" dir="ltr"> <p dir="ltr">ต้องการยอดผู้ลงทะเบียนหรือสมัครสมาชิก</p> </li>
การยิงโฆษณา Google Ads ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีนั้น แบรนด์ธุรกิจจำเป็นต้องโฟกัสในหลายๆ ประเด็น ไม่ว่าจะเป็นการบริหารงบโฆษณา การค้นหากลุ่มเป้าหมายที่ใช่ และที่สำคัญคือ การเลือกใช้ตัวชี้วัดโฆษณาออนไลน์แต่ละตัว ทั้ง CPM, CPC และ CPA ให้เหมาะกับแคมเปญที่กำหนด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การลงโฆษณา Google Ads ที่ดีที่สุดต่อไป
แต่จะดีกว่ามั้ย? หากมีผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์มาช่วยเหลือคุณ! ทักหา Nipa Agency ได้เลย เรามีทีมการตลาดออนไลน์มืออาชีพที่พร้อมซัพพอร์ตทุกธุรกิจ มั่นใจได้ในคุณภาพ!
Share on