ทำความรู้จัก WebP ไฟล์มาตรฐานที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ SEO

nipa-dm-blog-seo-webp-2-1.png
  • บทความ
  • ทำความรู้จัก WebP ไฟล์มาตรฐานที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ SEO

SEO

January 22,2025

ไฟล์ภาพ WebP


การช่วงชิงพื้นที่หน้าแรกของ Google นับว่าเป็นหนึ่งในการแข่งขันของการทำการตลาดที่ดุเดือด เพราะใคร ๆ ก็อยากให้เว็บไซต์ตัวเองโหลดไว ติดอันดับ และดูน่าเชื่อถือ หนึ่งในตัวช่วยที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์คือ "ไฟล์ WebP" ที่จะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น โดยเฉพาะให้การทำ SEO ของคุณได้ผลและมีประสิทธิภาพที่สุด


รู้จัก WebP ก่อนเริ่มทำ SEO

WebP คือไฟล์ภาพที่ Google ได้มีการพัฒนามาให้ใช้งานแบบครบจบในหนึ่งเดียว นับว่าเป็นสกุลไฟล์ช่วยลดขนาดไฟล์ภาพได้เยอะมากเมื่อเทียบกับ .JPEG โดยที่คุณภาพยังคมกริบเหมือนเดิม โดยประเภทของไฟล์ภาพ WebP แบ่งออกเป็น WebP Lossy คือไฟล์ภาพที่มีขนาดเล็กกว่า .PNG ประมาณ 3 เท่า และ WebP Lossless คือไฟล์ภาพแบบโปร่งแสงคล้ายกับ .PNG แต่จะมีขนาดใหญ่กว่า WebP Image ประมาณ 22%


WebP กับ SEO เกี่ยวข้องกันยังไง?

1. ช่วยให้เว็บโหลดเร็วขึ้น

Google ให้ความสำคัญกับความเร็วในการโหลดเว็บไซต์ เพราะจะส่งผลต่อประสบการณ์ใช้งานของผู้เข้าชมเว็บไซต์ซึ่ง ไฟล์ WebP ช่วยลดขนาดภาพได้ถึง 25 - 34% เมื่อเทียบกับ .JPEG หรือ .PNG ดังนั้นถ้าอยากให้เว็บไซต์โหลดไว และให้ SEO มีประสิทธิภาพมากขึ้นการใช้ WebP จึงเป็นทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม


2. รองรับเบราว์เซอร์รุ่นใหม่

WebP ใช้ได้กับเบราว์เซอร์ชั้นนำแทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Google Chrome, Firefox, Edge หรือแม้แต่ Safari รุ่นใหม่ ๆ นั่นหมายความว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่จะเห็นภาพของคุณในคุณภาพที่ดีที่สุด โดยไม่ต้องมีการโหลดภาพซ้ำซ้อน


3. ลด Bounce Rate เพิ่มโอกาสปิดการขาย

Bounce Rate คืออัตราของผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์แล้วกดออก ดังนั้นหากภาพบนเว็บไซต์ของคุณโหลดช้า คนก็กดออกไว แต่ถ้าภาพบนเว็บคุณโหลดปุ๊บติดปั๊บ ผู้ใช้งานก็มีแนวโน้มที่จะอยู่ต่อและสำรวจเว็บไซต์มากขึ้น ซึ่งนี่ถือเป็นโอกาสที่จะเปลี่ยนจากผู้เข้าชมกลายเป็นลูกค้าได้


4. ช่วยลดต้นทุนเซิร์ฟเวอร์

ภาพเล็กลง = ใช้พื้นที่น้อยลง ไม่ว่าคุณจะใช้งานเซิร์ฟเวอร์แบบไหน การลดขนาดไฟล์ช่วยเซฟทั้งพื้นที่และค่าใช้จ่ายได้แบบเห็น ๆ ยิ่งเว็บที่ต้องมีภาพเยอะ WebP คือทางออกที่ช่วยคุณได้


เริ่มใช้ WebP ยังไงดี?

1. แปลงไฟล์ภาพให้เป็น WebP

ตอนนี้มีหลายเว็บไซต์ที่มีเครื่องมือในการแปลงไฟล์ฟรี เช่น Squoosh, CloudConvert, ezgif เพื่อแปลงภาพเป็น WebP นอกจากนี้ถ้าใช้ WordPress คุณสามารถติดตั้งปลั๊กอิน เช่น “Smush” หรือ “WebP Converter for Media” เพื่อแปลงภาพให้อัตโนมัติได้ด้วยเช่นกัน 


2. ตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ให้รองรับ WebP

สำหรับใครที่ใช้ Apache หรือ Nginx ก็สามารถเพิ่มโค้ดเข้าไปเพื่อให้เว็บไซต์สามารถแสดงผลภาพ WebP ได้ด้วยเช่นกัน


3. เช็กเบราว์เซอร์ผู้ใช้งาน

บางครั้งอาจมีผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์ใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่าที่ยังไม่รองรับ ไฟล์ WebP ซึ่งอาจจะต้องเช็กข้อมูลจาก Google Analytics ก่อนว่าผู้ใช้งานใช้เบราว์เซอร์อะไรบ้าง เพื่อเตรียมไฟล์ .JPEG หรือ .PNG สำรองไว้ด้วย


ข้อจำกัดการใช้ WebP

  • WebP เหมาะกับการใช้งานในรูปแบบออนไลน์มากกว่าออฟไลน์ เนื่องจากคุณภาพของภาพอาจไม่ได้สูงหากเทียบกับการนำไปพิมพ์
  • ในบางอุปกรณ์อาจยังไม่รองรับการใช้งานไฟล์ WebP เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ตที่มีระบบปฏิบัติการ Android, iOS ที่ไม่สามารถรองรับการอัปเดตเบราว์เซอร์เป็นรุ่นล่าสุด ทำให้บางครั้งอาจมีปัญหาในการแสดงภาพบนเว็บไซต์ได้


WebP เป็นประเภทไฟล์ที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณโหลดไวขึ้น เพื่อช่วยลดเวลาในการโหลดเว็บไซต์ และเพิ่มโอกาสติดอันดับบน Google ถ้าคุณยังไม่ได้ลองใช้ WebP ถึงเวลาแล้วที่จะอัปเกรดเว็บไซต์ของคุณให้ทันสมัยและตอบโจทย์ตลาดออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


สำหรับเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการ เว็บไซต์ที่โหลดไว ติดอันดับบน Google และดูน่าเชื่อถือให้ NIPA Agency ช่วยออกแบบ วางแผน และพัฒนาเว็บไซต์ รวมถึงบริการ SEO ที่ครบวงจร ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณโดดเด่นเหนือคู่แข่ง ติดต่อหาเราได้แล้ววันนี้!



Share on

บทความล่าสุด










เพิ่มยอดขายให้โตขึ้น
แบบก้าวกระโดด

กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับภายใน
1 ชั่วโมง เพื่อทำความเข้าใจและออกแบบแผนการทำโฆษณา ที่ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจคุณ

Nipa Digital Marketing Add Line
Nipa Digital Marketing Messenger