ทำความเข้าใจ Click Through Rate แบบแจ่มแจ้ง เพื่อการยิงแอดแบบปังๆ

nipa-dm-click-through-rate-3.jpg
  • บทความ
  • ทำความเข้าใจ Click Through Rate แบบแจ่มแจ้ง เพื่อการยิงแอดแบบปังๆ

Facebook

August 18,2024

Click Through Rate - CTR


การวิเคราะห์ประสิทธิภาพของการทำโฆษณาบน Facebook เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้คุณเข้าใจว่าแคมเปญโฆษณาของคุณนั้นทำงานได้ดีเพียงใด นำไปสู่การแก้ไขปรับปรุงอย่างตรงจุด โดยการวิเคราะห์นี้จะรวมถึงการติดตามและประเมินหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น Reach, Engagement, Cost, Click-Through Rate หรือ Conversion Rate 


และสำหรับ Click-Through Rate (CTR) เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของ Facebook ads เนื่องจาก CTR เป็นเป็นตัวที่ใช้วัดความน่าสนใจและให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการตอบสนองของกลุ่มเป้าหมายที่มีต่อการยิงแอดโฆษณาของคุณ เพราะยิ่ง Facebook ads มี CTR สูง ก็จะบ่งบอกว่าโฆษณาของคุณ สามารถดึงดูดความสนใจได้ดีและช่วยลดต้นทุนการคลิก (CPC) นี่จึงเป็นเหตุผลว่า การวิเคราะห์และปรับปรุง CTR เป็นส่วนสำคัญที่จะผลักดันให้การทำโฆษณาบน Facebook ประสบความสำเร็จได้ในที่สุด 


CTR คืออะไร

CTR หรือ Click-Through Rate คืออัตราส่วนที่แสดงถึงจำนวนการคลิกที่โฆษณาหรือลิงก์ เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนครั้งที่โฆษณาปรากฎ โดยการคำนวณ CTR มีสูตรดังนี้


CTR = (จำนวนคลิก / จำนวนการแสดงผล) × 100%


ตัวอย่างเช่น ถ้าโฆษณาของคุณได้รับการแสดงผล 1,000 ครั้ง และมีการคลิก 50 ครั้ง อัตรา CTR จะเป็น:


CTR = (50 / 1000) × 100% = 5%


ความสำคัญของ CTR ต่อการทำโฆษณา Facebook

CTR เปรียบเสมือนตัวชี้วัดความสำเร็จของการยิงแอดโฆษณาบน Facebook ที่ช่วยให้คุณเข้าใจความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย ประเมินประสิทธิภาพของโฆษณา ตลอดจนการปรับปรุงกลยุทธ์ในแคมเปญโฆษณา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในหลายๆ ด้าน เช่น

  1. 	<h3><strong>ตรวจเช็กประสิทธิภาพของการทำโฆษณา Facebook</strong></h3>
    
    	<ul>
    		<li aria-level="2" dir="ltr">
    
    			<p dir="ltr">การดึงดูดความสนใจ: ยิ่ง CTR สูงมากเท่าไหร่ ก็แสดงว่าแอดโฆษณาของคุณ สามารถดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมายได้ดี มีการคลิกดูรายละเอียดหรือเยี่ยมชมเว็บไซต์มากขึ้น</p>
    		</li>
    		<li aria-level="2" dir="ltr">
    
    			<p dir="ltr">ความเหมาะสม: CTR ช่วยให้รู้ว่าการยิงแอดโฆษณา ตอบโจทย์ความต้องการหรือความสนใจของกลุ่มเป้าหมายได้มากน้อยเพียงใด</p>
    		</li>
    	</ul>
    </li>
    <li aria-level="1" dir="ltr">
    
    	<h3><strong>ตรวจสอบประสิทธิภาพการใช้จ่ายในการยิงแอดโฆษณา</strong></h3>
    
    	<ul>
    		<li aria-level="2" dir="ltr">
    
    			<p dir="ltr">การควบคุมต้นทุน: Facebook ใช้อัตรา CTR ในการประเมินคุณภาพของโฆษณาและคำนวณต้นทุนการโฆษณา (Cost Per Click หรือ CPC) โฆษณาที่มี CTR สูงมักจะมีต้นทุนการคลิกต่ำกว่า เพราะ Facebook จะเห็นว่าโฆษณาของคุณมีคุณภาพสูงและเกี่ยวข้องกับผู้ชมนั่นเอง</p>
    		</li>
    		<li aria-level="2" dir="ltr">
    
    			<p dir="ltr">การปรับงบโฆษณา: หากแอดโฆษณามี CTR สูง อาจถึงเวลาเพิ่มงบประมาณ เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าถึงและเพิ่มการคลิกให้สูงขึ้นต่อไป&nbsp;</p>
    		</li>
    	</ul>
    </li>
    <li aria-level="1" dir="ltr">
    
    	<h3><strong>ใช้วิเคราะห์และปรับปรุง Facebook ads</strong></h3>
    
    	<ul>
    		<li aria-level="2" dir="ltr">
    
    			<p dir="ltr">การวิเคราะห์ผลลัพธ์: การติดตาม CTR ช่วยให้คุณสามารถวิเคราะห์และประเมินผลลัพธ์ของแคมเปญ Facebook ads ได้ ซึ่งช่วยให้การปรับกลยุทธ์ทางการตลาดมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
    		</li>
    		<li aria-level="2" dir="ltr">
    
    			<p dir="ltr">การทดสอบ A/B: สามารถทดสอบรูปแบบโฆษณาหรือกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน (A/B Testing) เพื่อดูว่าแอดโฆษณาชิ้นไหนที่มี CTR สูงสุด นำไปสู่การปรับปรุงคอนเทนต์หรือรูปแบบโฆษณาให้ดียิ่งขึ้น</p>
    		</li>
    	</ul>
    </li>
    <li aria-level="1" dir="ltr">
    
    	<h3><strong>เพิ่มความน่าสนใจให้กับคอนเทนต์ Facebook ads</strong></h3>
    
    	<ul>
    		<li aria-level="2" dir="ltr">
    
    			<p dir="ltr">CTR ช่วยเรื่องการปรับปรุงภาพกราฟิกหรือการใช้ข้อความประกอบ ให้ตรงกับความสนใจของผู้อ่านได้มากยิ่งขึ้น&nbsp;</p>
    		</li>
    	</ul>
    </li>
    


อยากได้ CTR ดีๆ ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ยังไงบ้าง

การปรับปรุง CTR (Click-Through Rate) สำหรับการทำโฆษณาบน Facebook อาจต้องใช้การวิเคราะห์และการปรับกลยุทธ์ในหลายด้าน Nipa Agency เลยจะมาแนะนำกลยุทธ์ที่จะช่วยเพิ่มยอด CTR ให้สูงขึ้นได้

  1. 	<h3><strong>ปรับปรุงเนื้อหาและการออกแบบโฆษณา</strong></h3>
    
    	<ul>
    		<li aria-level="2" dir="ltr">
    
    			<p dir="ltr">สร้างข้อความที่ดึงดูด ใช้ข้อความที่กระชับ เข้าใจง่าย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการคลิก เช่นคำว่า ส่วนลด โปรโมชัน สมัครเลย ซื้อเลย หรืออ่านเพิ่มเติม</p>
    		</li>
    		<li aria-level="2" dir="ltr">
    
    			<p dir="ltr">ใช้ภาพหรือวิดีโอที่น่าสนใจ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นภาพหรือวิดีโอที่มีคุณภาพสูงและเกี่ยวข้องกับเนื้อหา เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ชม</p>
    		</li>
    		<li aria-level="2" dir="ltr">
    
    			<p dir="ltr">เพิ่มความน่าสนใจของภาพ: ใช้ภาพที่มีความชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสามารถจับความสนใจของผู้ใช้ได้ในขณะที่เลื่อนดูฟีด</p>
    		</li>
    	</ul>
    </li>
    <li aria-level="1" dir="ltr">
    
    	<h3><strong>เลือกกลุ่มเป้าหมายอย่างเหมาะสม</strong></h3>
    
    	<ul>
    		<li aria-level="2" dir="ltr">
    
    			<p dir="ltr">กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่แม่นยำ ใช้เครื่องมือการกำหนดกลุ่มเป้าหมายของ Facebook เพื่อระบุผู้ชมที่เหมาะสมที่สุดกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ เช่น อายุ เพศ ความสนใจ ไปจนถึงพฤติกรรมการซื้อ</p>
    		</li>
    		<li aria-level="2" dir="ltr">
    
    			<p dir="ltr">สร้างกลุ่มเป้าหมายใหม่&nbsp;ให้คล้ายกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหลัก (Lookalike Audiences)</p>
    		</li>
    	</ul>
    </li>
    <li aria-level="1" dir="ltr">
    
    	<h3><strong>ทำ A/B Testing</strong></h3>
    
    	<ul>
    		<li aria-level="2" dir="ltr">
    
    			<p dir="ltr">ทดสอบรูปแบบโฆษณาหลายๆ แบบ เช่น ข้อความ รูปภาพ คลิปวิดีโอ หรือการใส่ปุ่ม CTA (Call-to-Action) เพื่อดูว่ารูปแบบไหนที่ทำงานได้ดีที่สุด</p>
    		</li>
    		<li aria-level="2" dir="ltr">
    
    			<p dir="ltr">วิเคราะห์ผลลัพธ์&nbsp;ใช้ข้อมูลจากการทดสอบเพื่อปรับปรุงกลยุทธ์โฆษณา เช่น เปลี่ยนแปลงข้อความหรือภาพที่ได้ผลดีในแคมเปญหนึ่งให้เหมาะสมกับแคมเปญอื่น</p>
    		</li>
    	</ul>
    </li>
    <li aria-level="1" dir="ltr">
    
    	<h3><strong>เลือกช่วงเวลาแสดงโฆษณา</strong></h3>
    
    	<ul>
    		<li aria-level="2" dir="ltr">
    
    			<p dir="ltr">เลือกเวลาที่เหมาะสม พิจารณาว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณชอบออนไลน์ในช่วงเวลาใดบ้าง และปรับการแสดงผลของโฆษณาให้ตรงกับช่วงเวลานั้น</p>
    		</li>
    		<li aria-level="2" dir="ltr">
    
    			<p dir="ltr">ทดสอบเวลาที่แสดงโฆษณา&nbsp;ทดสอบการแสดงโฆษณาในช่วงเวลาต่างๆ เพื่อหาช่วงเวลาที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด</p>
    		</li>
    	</ul>
    </li>
    <li aria-level="1" dir="ltr">
    
    	<h3><strong>วิเคราะห์ข้อมูลและปรับกลยุทธ์</strong></h3>
    
    	<ul>
    		<li aria-level="2" dir="ltr">
    
    			<p dir="ltr">ตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูล: ใช้ข้อมูลที่ได้จากแคมเปญโฆษณา เช่น CTR, CPC (Cost Per Click) และ Conversion Rate เพื่อประเมินผลและปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสม</p>
    		</li>
    		<li aria-level="2" dir="ltr">
    
    			<p dir="ltr">ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง วิเคราะห์ผลลัพธ์และปรับกลยุทธ์การโฆษณาของคุณให้ทันสมัยอยู่เสมอ</p>
    		</li>
    	</ul>
    </li>
    


แน่นอนว่า CTR หรือ Click-Through Rate ถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่จะช่วยให้นักการตลาด สามารถทำ Facebook ads ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดการใช้งบโฆษณา และก้าวไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้ในที่สุด

Nipa Agency เราพร้อมที่จะช่วยเหลือธุรกิจของคุณ ด้วยการยิงแอดโฆษณา Facebook ให้ได้ผลลัพธ์ที่คุณคาดหวัง สามารถพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัลสำหรับธุรกิจของคุณ เราพร้อมเป็นตัวเลือกแรกของคุณในการวางแผนการยิงแอดโฆษณา ด้วยทีมงานมืออาชีพที่เชี่ยวชาญในการทำตลาดดิจิทัล มาเปลี่ยนเรื่องการยิงแอดโฆษณาของคุณให้เป็นเรื่องง่ายไปด้วยกัน!

Share on

บทความล่าสุด










เพิ่มยอดขายให้โตขึ้น
แบบก้าวกระโดด

กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับภายใน
1 ชั่วโมง เพื่อทำความเข้าใจและออกแบบแผนการทำโฆษณา ที่ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจคุณ

Nipa Digital Marketing Add Line
Nipa Digital Marketing Messenger