02-639-7878 ต่อ 990

เวลาทำการ จันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00 - 19.00 น.

ปิดหน้าต่างนี้
โฆษณาบน LINE
โฆษณาบน Facebook
โฆษณาบน Instagram
โฆษณาบน Google
โฆษณาบน YouTube
โฆษณาบน Twitter
โฆษณาบน TikTok
รับออกแบบเว็บไซต์ธุรกิจ
SEO ( Search Engine Optimization )
Content Marketing
การตลาดบน E-mail และ SMS
รับจ้างรีวิวสินค้า และบริการ
รับทำวิดีโอโฆษณา
โฆษณาบน Facebook Ads
บริการ ChatBot
ยืนยัน
Nipa Digital Marketing Add Line Nipa Digital Marketing Messenger

E-commerce Solution

หน้าหลัก
โซลูชั่น
E-commerce Solution
บริการที่น่าสนใจ
บริการของคุณ

เปิดร้านค้าออนไลน์ จะช่วยธุรกิจคุณได้อย่างไร

ในยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทในการใช้ชีวิตของเรามากขึ้น เช่น การติดตามข่าวสารบนมือถือแทนการอ่านหนังสือพิมพ์ หรือเปลี่ยนที่ช็อปปิ้งจากห้างสรรพสินค้าเป็นร้านค้าออนไลน์ การปรับตัวของผู้ประกอบการจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะรับมือกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกสบายและความรวดเร็ว

ร้านค้าออนไลน์คืออะไร?

การที่เรามีหน้าร้านอยู่บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต สามารถซื้อขายสินค้าผ่านเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันได้ ทำให้ลดต้นทุนค่าเช่าพื้นที่ร้านค้าและพนักงานที่ต้องเฝ้าร้านเพื่อจัดเรียงสินค้าบนชั้นวาง เพราะเราสามารถอัพโหลดสินค้าบนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันได้ด้วยตัวเอง พร้อมมีระบบคำนวณออเดอร์สินค้า เพื่อให้ลูกค้าสามารถชำระเงินได้เองโดยไม่จำเป็นต้องมีแคชเชียร์ นอกจากนี้หน้าร้านออนไลน์ยังมีหลากหลายแพลตฟอร์มให้เหล่านักช็อปได้สนุกกับการเลือกซื้อสินค้า ดังนี้

1. E-Marketplace 

ยุคนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก E-Marketplace อย่าง Shopee Lazada และ JD Central 3 ช่องทางนี้เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยม จนพ่อค้าแม้ค้าออนไลน์สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการมีหน้าร้านบนแอปฯเหล่านี้ บางที่มีการจัดโปรโมชันเพื่อลดราคาสินค้าแบบกระหน่ำราคา มีการกำหนดเวลาที่แน่นอนของแต่ละเดือนหรือสัปดาห์ เพื่อให้สาวกนักช็อปตั้งตารอใช้จ่ายเงินในกระเป๋าได้อย่างเต็มที่ เช่น วันที่ 11 เดือน 11 หรือที่เรียกกันว่า Event Sale ซึ่งถือเป็นข้อดีของการขายสินค้าใน E-Marketplace

2. Social Commerce

ปฏิเสธไม่ได้ว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคส่วนใหญ่ ยังคงสนใจซื้อของออนไลน์ผ่าน Facebook, LINE, IG อยู่ ซึ่งนั่นเป็นเพราะว่าช่องทางเหล่านี้ คือสิ่งที่เราใช้งานในทุกๆ วัน หลายแพลตฟอร์มจึงพัฒนาระบบ Social Commerce แข่งขันกัน เพื่อที่จะตอบโจทย์เรื่องความสะดวกสบายของการใช้งานให้มากที่สุด อาทิ

Facebook Shop ปัญหาส่วนใหญ่ของการขายของบนเพจ คือ เนื้อหาของโพสต์ใหม่ดันโพสต์เก่า Facebook Shop จึงช่วยให้ลูกค้าสามารถเห็นสินค้าทั้งหมดได้ในหน้าเดียว พร้อมมีราคากำหนดแน่นอน นอกจากนี้ผู้ซื้อยังสามารถทัก Inbox เพื่อคุยเกี่ยวกับสินค้านั้นๆ ได้ทันที ทำให้ผู้ใช้งานง่ายต่อการเข้าถึงสินค้า

LINE My Shop คือ การสร้างแคตตาล็อกสินค้าบน LINE OA ให้เป็นหน้าร้าน มีระบบการคำนวณออเดอร์สินค้า การชำระเงิน และช่องทางการจัดส่ง นอกจากนี้ยังสามารถทักแชทเพื่อคุยกับแอดมินได้เช่นเดียวกัน จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เป็นโซลูชันแบบครบวงจรที่สามารถทำทุกอย่างได้ในแอพเดียวคล้ายกับ E-Marketplace

ดังนั้น LINE OA และ Facebook Shopsection สามารถช่วยให้คุณขายของหน้าร้านได้สะดวกขึ้น หากใครยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง NIPA จึงขอเสนอแพ็กเกจสุดพิเศษที่จะช่วยให้การทำ Social Commerce ของคุณง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีผู้เชี่ยวชาญจาก Facebook Partner, LINE Agency Partner ที่จะเข้ามาช่วยให้คำแนะนำการใช้งานอีกด้วย

3. E-Commerce

E-Commerce เป็นจุดเริ่มต้นแรกๆ ที่เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคให้หันมาซื้อของออนไลน์ จากเดิมคนต้องเดินทางไปห้างสรรพสินค้า หยิบสินค้าใส่รถเข็น เพื่อจ่ายเงินที่แคชเชียร์ แต่ปัจจุบัน E-Commerce เปรียบเสมือนห้างสรรพสินค้าที่มีหน้าร้านอยู่บนออนไลน์ ลูกค้าสามารถเลือกหยิบสินค้าลงตะกร้า และชำระสินค้าได้เช่นเดียวกัน เพียงแต่มีระบบหลังร้านที่สามารถคำนวณราคา สินค้าและจัดส่งสินค้าให้พร้อมเสร็จสรรพ ซึ่งหน้าตาของ E-Commerce มี 2 รูปแบบด้วยกัน คือ

3.1 Website

หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ คือ การย้ายสินค้าบนชั้นวาง มาขายบนเว็บไซต์ โดยลูกค้าจะเป็นคนเลือกซื้อสินค้า หยิบใส่รถเข็นและชำระเงินได้ด้วยตัวเอง ซึ่งลูกค้าทั่วโลกสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถอัปเดตข่าวสารหรือโปรโมชั่นต่างของสินค้านั้นๆ ได้ทางเว็บไซต์

3.2 Landing Page

หากร้านค้าของคุณมีสินค้าออกใหม่และเน้นขายเฉพาะสินค้านั้นเป็นหลัก Landing Page เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับสินค้าที่ไม่ซับซ้อนและหลากหลาย เนื่องจาก Landing Page มีเนื้อหาสินค้าเพียงหน้าเดียว จึงช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้ดีกว่า Website เพราะลูกค้าสามารถเข้าถึงเนื้อหาของสินค้าและตัดสินใจซื้อได้อย่างรวดเร็ว

ในยุคที่คนต้องการความรวดเร็วและความสะดวกสบายในการเข้าถึงสินค้า การขายของแบบออฟไลน์ช่องทางเดียวจึงไม่เพียงพอสำหรับการทำธุรกิจในตลาดที่มีการแข่งขันสูง การเปิดร้านค้าออนไลน์และระบบการจัดการหลังบ้านที่ดี ดังแพลตฟอร์มต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น เช่น ระบบจัดการออเดอร์ การอัปเดตสต็อกสินค้า สิ่งเหล่านี้จะช่วยซัพพอร์ตธุรกิจของคุณ และลดทุนต้นทุนเรื่องของเวลา รวมถึงต้นทุนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทำให้ผลลัพธ์ของธุรกิจคุณมีมากขึ้นทั้งในออนไลน์และออฟไลน์

ทำอย่างไรให้การเปิดร้านค้าออนไลน์เป็นที่สนใจ 

เปิดร้านค้าออนไลน์อย่าง Website E-Commerce ทั้งทีจะลงสินค้าอย่างเดียวไม่ได้ อย่าลืมว่าเว็บไซต์ที่ดีต้องสามารถเรียกลูกค้าจาก Search Engine ได้โดยที่ไม่ต้องเสียเงิน ซึ่งต้องใช้เทคนิคทางด้าน SEO เพื่อสร้าง Traffic ให้คนเข้าชมเว็บไซต์ ซึ่งจะช่วยให้เห็นร้านค้าเราเป็นอันดับต้นๆ จากการค้นหาสินค้าใน Google และทำให้มีโอกาสทำยอดขายได้มากกว่าคู่แข่ง ถ้าอยากรู้ว่าจะทำให้เว็บไซต์ติดอันดับได้อย่างไร ตามต่อได้ที่การทำ SEO ที่ถูกต้อง


ระบบหลังบ้านจาก Nipa ตัวช่วยในการเปิดร้านค้าออนไลน์

จะเห็นว่าทุกแพลตฟอร์มที่กล่าวมาข้างต้น ต่างก็มีข้อดีที่ช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจของคุณดำเนินไปอย่างรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกัน การที่คุณมีหน้าร้านในทุกช่องทาง ก็อาจทำให้เพิ่มความซับซ้อนในการจัดการได้เช่นกัน เช่น การจัดการออเดอร์ที่มีหลายๆ ช่องทาง อาจทำให้การอัปเดตสินค้าในสต็อกเกิดความผิดพลาด หรือไม่ถูกต้องตามจำนวนที่อัปเดต NIPA จึงขอนำเสนอ เครื่องมือที่ช่วยซัพพอร์ตระบบจัดการข้อมูลหลังบ้าน จึงเป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มความแม่นยำในการจัดการหน้าร้านได้มากขึ้น ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

  • ระบบรวมคำสั่งซื้อ

    จะดึงเอาคำสั่งซื้อจาก E-Commerce Platform รวมถึงสามารถดึงคำสั่งซื้อจาก Marketplace ได้แบบอัตโนมัติผ่าน API ไม่ว่าออเดอร์จะเกิดขึ้นจากช่องทางไหนก็ตาม ทุกๆ ออเดอร์จะแจ้งเข้ามาที่ระบบหลังบ้าน เพื่อให้ผู้ใช้งานทราบทุกคำสั่งซื้อ ไม่ต้องเข้าไปเช็คทีละช่องทางให้เสียเวลา

  • ระบบโพสต์สินค้าใหม่/อัพเดตสต๊อกสินค้า

    ช่วยในเรื่องของการโพสต์สินค้าใหม่/อัพเดตสต๊อกสินค้าจากระบบหลังบ้านในที่เดียว โดยไม่ต้องไปคอยโพสต์หรืออัปเดตสต๊อกสินค้าในทุกๆ Platform ทำให้ลดปัญหาการอัพเดตสต๊อกสินค้าไม่ตรงหรือตกหล่นได้ รวมไปถึงประหยัดเวลามากขึ้นจากเดิมที่ต้องโพสต์ใหม่ในทุกช่องทาง

  • เลข Tracking ขนส่ง

    อำนวยความสะดวกให้ร้านค้าที่ต้องการแสกน Barcode Tracking Number เพื่อจัดเตรียมสินค้าปริมาณมากๆ ซึ่งจะช่วยลดเวลาในการเขียนชื่อ-ที่อยู่ลูกค้าเอง และสามารถพิมพ์ใบจ่าหน้าซองตามรูปแบบของผู้ให้บริการขนส่ง อาทิ ไปรษณีย์ไทย, Kerry Express รวมถึงผู้ให้บริการอื่นๆ ทำให้ประหยัดเวลามากขึ้น

  • Report

    มีระบบรายงานเกี่ยวกับสินค้าทุกออเดอร์, ยอดขาย, ประเภทสินค้า, ช่องทางที่ขายได้ ผ่านระบบหลังบ้าน โดยสามารถดึงข้อมูลออกมาเป็นรูปแบบของรายงาน, กราฟ รวมไปถึงไฟล์ Excel เพื่อให้ผู้ใช้งานนำไปวิเคราะห์ธุรกิจต่อได้

  • ข้อมูลลูกค้า

    จัดเก็บข้อมูลลูกค้าที่สั่งออเดอร์เข้ามาจากทุกช่องทาง เพื่อนำไปยิงโฆษณา Remarketing กับคนกลุ่มเดิม

Meet an Expert
ที่ NIPA Digital Agency เราเข้าใจถึงความต้องการของการมีร้านค้าหลายช่องทาง Solution นี้จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อลดปัญหาในเรื่องของการจัดการ การทำงานและระยะเวลา ที่จะช่วยยกระดับธุรกิจของคุณให้ง่ายและสะดวกขึ้น
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเรา ฟรี!