02-639-7878 ext 990

Office Hour Mon - Fri 9.00 am - 7.00 pm

Close This Window
LINE Ads
Facebook Ads
Instagram Ads
Google Ads
YouTube Ads
Twitter Ads
TikTok Ads
Website & Landing Pages
SEO ( Search Engine Optimization )
Content Marketing
Email & SMS Marketing
Influencer
Video Ads
Chatbot Services
Submit
Nipa Digital Marketing Add Line Nipa Digital Marketing Messenger
Digital Marketing

สรุป 5 เทรนด์ Brand Strategy กลยุทธ์สร้างแบรนด์ยังไงให้เข้าใจลูกค้า

Homepage
Articles
Digital Marketing
สรุป 5 เทรนด์ Brand Strategy กลยุทธ์สร้างแบรนด์ยังไงให้เข้าใจลูกค้า
สรุป 5 เทรนด์ Brand Strategy กลยุทธ์สร้างแบรนด์ยังไงให้เข้าใจลูกค้า

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเทรนด์การทำ Brand Strategy ในปี 2024 เน้นไปที่การสร้างแบรนด์ที่ยั่งยืนและมีความหลากหลายมากขึ้น และด้วยโลกการตลาดในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่แตกต่างออกไปจากเดิม แบรนด์จึงจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง วันนี้ NIPA สรุป 5 เทรนด์ Brand Strategy กลยุทธ์สร้างแบรนด์ยังไงให้เข้าใจลูกค้า


Brand Strategy คืออะไร


กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จหรือบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยมีการกำหนดทิศทางและเป้าหมายของแบรนด์ รวมถึงแนวทางในการสื่อสารและการทำการตลาด เพื่อให้แบรนด์สามารถสื่อสารคุณค่าและจุดยืนที่ชัดเจนแก่กลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อถือและไว้วางใจแบรนด์


Brand Strategy สำคัญกับธุรกิจอย่างไร

Brand Strategy เป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจทุกขนาดที่ต้องการประสบความสำเร็จในระยะยาว เนื่องจากช่วยสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์หรือสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า เราจึงควรให้ความสำคัญกับการพัฒนากลยุทธ์แบรนด์อย่างรอบคอบ เพื่อให้แบรนด์สามารถสื่อสารคุณค่าและจุดยืนที่ชัดเจนแก่กลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ


5 เทรนด์ Brand Strategy กลยุทธ์สร้างแบรนด์ยังไงให้เข้าใจลูกค้า


1. Authenticity ยิ่งจริงใจ ลูกค้ายิ่งไว้ใจ


กลยุทธ์แบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ที่จริงใจและโปร่งใสกับผู้บริโภค ทำให้สามารถสร้างความไว้วางใจและความภักดีจากผู้บริโภคได้ในระยะยาว เนื่องจากผู้บริโภคต้องการแบรนด์ที่สามารถเชื่อถือได้และรู้สึกเชื่อมโยงด้วย โดยแบรนด์ควรเป็นตัวของตัวเอง แสดงออกถึงค่านิยมและความเชื่อที่แท้จริง สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างโปร่งใส

ตัวอย่างของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จด้วยกลยุทธ์แบบ Authenticity เช่น แบรนด์กีฬาชื่อดังอย่าง Nike ที่มีจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องความเท่าเทียมและความหลากหลาย สนับสนุนนักกีฬาหญิงและนักกีฬาที่มีความหลากหลายทางเพศ

Nipa Digital Marketing Image Content


2. Sustainability เรารักษ์โลก ลูกค้ารักเรา


กลยุทธ์แบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน แสดงถึงความมุ่งมั่นในการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านนโยบายและกิจกรรมต่างๆ ทำให้สามารถดึงดูดผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและสังคมได้มากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคกลุ่มนี้ต้องการสนับสนุนแบรนด์ที่พวกเขาเชื่อว่ามีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ตัวอย่างของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จด้วยกลยุทธ์แบบ Sustainability เช่น Patagonia แบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาที่เป็นที่รู้จักจากการใช้วัสดุรีไซเคิลและผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Nipa Digital Marketing Image Content

3. Personalization รู้สึกพิเศษ ลูกค้ารักเป็นพิเศษ


กลยุทธ์แบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่เฉพาะเจาะจงและตรงกับความต้องการของผู้บริโภคแต่ละราย โดยใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ personalized ให้กับผู้บริโภค ทำให้สามารถสร้างความประทับใจและสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับผู้บริโภคได้มากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคต้องการแบรนด์ที่เข้าใจและมอบประสบการณ์ที่ตรงกับความต้องการ

ตัวอย่างของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จด้วยกลยุทธ์แบบ Personalization เช่น Netflix ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งวิดีโอชื่อดังที่แนะนำภาพยนตร์และซีรีส์ตามประวัติการรับชมของผู้ใช้แต่ละราย

Nipa Digital Marketing Image Content

4. Community ยิ่งผูกพัน ยิ่งภักดี


กลยุทธ์แบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างชุมชนหรือกลุ่มคนที่มีความผูกพันกับแบรนด์ โดยการสร้างพื้นที่หรือกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับแบรนด์ได้ จะสามารถสร้างความภักดีและสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับผู้บริโภคได้มากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคต้องการแบรนด์ที่สามารถทำให้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนได้

ตัวอย่างของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จด้วยกลยุทธ์แบบ Community เช่น Apple แบรนด์เทคโนโลยีชื่อดังที่เป็นที่รู้จักจากกลุ่มคนของผู้ใช้ Apple ที่เหนียวแน่นและมีส่วนร่วมร่วมกันในเรื่องต่าง ๆ

Nipa Digital Marketing Image Content

5. Inclusive and Diverse Brand Representation เข้าใจความแตกต่าง


กลยุทธ์แบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับการแสดงภาพลักษณ์ที่หลากหลายและครอบคลุมของแบรนด์ โดยนำเสนอภาพลักษณ์ของบุคคลที่สะท้อนถึงความแตกต่างของผู้คนในด้านต่างๆ เช่น เชื้อชาติ เพศ ศาสนา วัย รสนิยม สถานะทางสังคม ทำให้สามารถดึงดูดผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลายและความเป็น inclusive ได้มากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคกลุ่มนี้ต้องการสนับสนุนแบรนด์ที่สะท้อนภาพลักษณ์ของพวกเขาและทำให้พวกเขารู้สึกเป็นตัวแทน

ตัวอย่างของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จด้วยกลยุทธ์แบบ Inclusive and Diverse Brand Representation เช่น H&M แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังที่นำเสนอแคมเปญ "Wear your power" ที่นำเสนอภาพลักษณ์ของผู้หญิงจากทุกเชื้อชาติและทุกรูปร่าง

Nipa Digital Marketing Image Content

สรุปแล้วแบรนด์ควรที่จะต้องศึกษาและเข้าใจเทรนด์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับกลยุทธ์แบรนด์ของตนเอง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้แบรนด์ประสบความสำเร็จในระยะยาว 


และถ้าใครสนใจเกี่ยวกับการทำ Digital Marketing แต่ยังจับต้นชนปลายไม่ได้ ไม่รู้ว่าต้องวางแผนแบบไหน ทำคอนเทนต์อย่างไร มาปรึกษา NIPA ได้เลย เรามี Services ให้แบบครบวงจร ตั้งแต่การสร้างแอคเคาท์ ทำคอนเทนต์ ยิงแอดโฆษณา ลองมาทำความรู้จักเราพร้อมรับสิทธิพิเศษก่อนใครได้เลย ที่นี่!


PROMOTION FOR YOU


Related Articles
Digital Marketing
Now To Next : ภาพรวม Trend การตลาด 2022 และ ทำนาย Trend การตลาด 2023

Digital Marketing
นอกจาก ChatGPT แล้วยังมี AI อะไรน่าสนใจอีกบ้าง เช็กเลย

Digital Marketing
ถูกที่ถูกทาง…ทำโฆษณาให้เหมาะกับ Social Media ที่คุณเลือกใช้

Digital Marketing
ทำความรู้จักกับ OpenStack คืออะไร

View all

Get More Detail
Interested Services
Please Select Services