02-639-7878 ext 990
ปิดหน้าต่างนี้
โฆษณาบน LINE
โฆษณาบน Facebook
โฆษณาบน Instagram
โฆษณาบน Google
โฆษณาบน YouTube
โฆษณาบน Twitter
โฆษณาบน TikTok
ออกแบบเว็บไซต์ธุรกิจ
SEO
Content Marketing
การตลาดบน E-mail และ SMS
รับรีวิวสินค้าและบริการ
วิดีโอโฆษณา
ยืนยัน
Nipa Digital Marketing Add Line
Google

เพิ่มประสิทธิภาพโฆษณาบนเครือข่ายการค้นหาแบบ Dynamic Search Ads

หน้าหลัก
บทความ
Google
เพิ่มประสิทธิภาพโฆษณาบนเครือข่ายการค้นหาแบบ Dynamic Search Ads
เพิ่มประสิทธิภาพโฆษณาบนเครือข่ายการค้นหาแบบ Dynamic Search Ads
Nipa Digital Marketing Image Content

โฆษณาบนการค้นหาแบบไดนามิกเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด เพราะไม่ต้องจับคู่คีย์เวิร์ด ราคาเสนอ และข้อความโฆษณากับผลิตภัณฑ์แต่ละรายการในเว็บไซต์ และยังช่วยแสดงโฆษณาสู่ตลาดใหม่ได้เร็วกว่าตัวเลือกอื่น โดยที่เมื่อผู้ใช้ค้นหาใน Google ด้วยคำที่เกี่ยวข้องกับชื่อและวลีที่ใช้บ่อยในเว็บไซต์ของคุณ Google Ads ก็จะใช้ชื่อและวลีเหล่านี้ในการเลือกหน้า Landing Page และสร้างบรรทัดแรกที่ชัดเจนและเกี่ยวข้องให้กับโฆษณา สามารถกำหนดเป้าหมายโฆษณา และช่วยเติมเต็มช่องว่างของแคมเปญที่อิงตามคีย์เวิร์ดได้

การทำงานของโฆษณาบนการค้นหาแบบไดนามิก จะใช้เนื้อหาจากเว็บไซต์เพื่อกำหนดเป้าหมายโฆษณาไปยังการค้นหา โดยมีตัวเลือกการกำหนดเป้าหมายให้ ดังนี้
หน้าเว็บทั้งหมด ดัชนีของ Google ของเว็บไซต์ของคุณจะระบุการค้นหาของผู้ใช้ที่เกี่ยวข้องและสร้างโฆษณาขึ้น
หน้าเว็บบางหน้า โดยการเรียกใช้โฆษณาตามหมวดหมู่ หรือหน้าเว็บที่เฉพาะเจาะจง นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดเป้าหมายคำหรือสตริงเฉพาะได้ด้วย เช่น หน้าเว็บที่มีชื่อหน้าที่มีคำระบุ, หน้าเว็บที่มี URL ที่มีสตริงข้อความระบุ, หน้าเว็บที่มีคำที่ระบุ
ฟีดหน้าเว็บ ใช้สเปรดชีตของ URL เพื่อการกำหนดเป้าหมายที่มุ่งเน้นกลุ่มเฉพาะมากที่สุด แล้วกำหนดกลุ่มเป้าหมายทั้งฟีดหรือส่วนต่างๆ ของฟีดได้

ประโยชน์ที่จะได้จากการใช้โฆษณาบนเครือข่ายการค้นหาแบบไดนามิก ได้แก่

1. ประหยัดเวลา
2. อัปเดตโฆษณาโดยอัตโนมัติเป็นประจำ
3. แสดงบรรทัดแรกที่สร้างแบบไดนามิกที่เกี่ยวข้องพร้อมกับโฆษณาของคุณ
4. ควบคุมแคมเปญของคุณ โดยพิจารณาจากเว็บไซต์เฉพาะบางหมวดหมู่หรือหน้าเว็บก็ได้ และยังสามารถป้องกันไม่ให้แสดงโฆษณาสำหรับสินค้าที่หมดชั่วคราวได้อีกด้วย
5. เพิ่มปริมาณการเข้าชม
6. ควบคุมข้อความโฆษณาให้อยู่ในบรรทัดเดียว
7. URL ที่แสดงจะขึ้นอยู่กับโดเมนของ URL สุดท้าย โดยที่ Google Ads จะใช้โดเมนจาก URL สุดท้ายมาแสดงเป็น URL ที่แสดงของโฆษณาแทน